blog

Quotation คืออะไร? ใบเสนอราคา + ตัวอย่าง B2B

ใบเสนอราคา ภาษาอังกฤษคือ Quotation (QT) — สรุปความหมาย 7 รายการที่ต้องมี ตารางเปรียบเทียบ PO vs Invoice และวิธีติดตามยอดไม่ให้หลุดด้วยระบบอัตโนมัติ

By Wisible Editorial Team
ใบเสนอราคา ภาษาอังกฤษ Quotation ตัวอย่าง B2B

การคุยเรื่องราคากับลูกค้าองค์กร (B2B) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของทุกดีล เพราะหากเปิดราคาเร็วเกินไปขณะที่ยังไม่เข้าใจคุณค่า ลูกค้าอาจปฏิเสธทันที แต่หากช้าเกินไป ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไปหาคู่แข่ง

ในการซื้อขายระดับมืออาชีพ ใบเสนอราคา (Quotation) จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่กระดาษแจ้งราคา แต่คือเครื่องมือทางการค้าที่แสดงความน่าเชื่อถือ สรุปขอบเขตข้อตกลง และเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการปิดการขาย

ใบเสนอราคา ภาษาอังกฤษ = Quotation (ตัวย่อ QT / QO)

สำหรับผู้ที่ต้องการเทียบศัพท์และตัวย่อสากลเพื่อนำไปใช้งานในเอกสารการค้า สรุปได้ดังนี้:

ภาษาไทยEnglish Termตัวย่อสากลวัตถุประสงค์ในกระบวนการขาย
ใบเสนอราคาQuotation (หรือ Quote)QT / QOเสนอราคาและเงื่อนไขการค้าให้ลูกค้าพิจารณา
ใบสั่งซื้อPurchase OrderPOลูกค้ายืนยันตกลงสั่งซื้อสินค้าตามราคาที่ตกลง
ใบแจ้งหนี้InvoiceINVเรียกเก็บเงินเมื่อส่งมอบสินค้าหรือถึงงวดชำระ
ใบเสร็จรับเงินReceiptRC / REเอกสารยืนยันว่าได้รับการชำระเงินเรียบร้อย
กำหนดยืนราคาPrice Validity-ระยะเวลาที่ราคานี้ยังใช้ได้ (เช่น 15 วัน หรือ 30 วัน)

💡 ข้อควรจำ: ใบเสนอราคา (Quotation) ยังไม่ใช่ใบแจ้งหนี้ (Invoice) และยังไม่สามารถใช้บังคับเรียกเก็บเงินได้จนกว่าลูกค้าจะออกใบสั่งซื้อ (PO) หรือเซ็นยืนยันข้อตกลง

Anatomy of B2B Quotation — 7 ส่วนประกอบสำคัญที่ใบเสนอราคาต้องมี

ใบเสนอราคาที่ได้มาตรฐานและถูกต้องตามหลักภาษีอากรในประเทศไทย ควรประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย 7 ส่วนหลัก:

  1. ส่วนหัวเอกสาร (Header): ระบุคำว่า “ใบเสนอราคา / Quotation” ชัดเจน พร้อมเลขที่เอกสาร (Quotation Number) และวันที่ออกเอกสาร
  2. ข้อมูลผู้เสนอราคา (Vendor Details): ชื่อบริษัทเต็ม, ที่อยู่สำนักงานใหญ่หรือสาขา, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก, และเบอร์โทรศัพท์/อีเมลผู้ติดต่อ
  3. ข้อมูลผู้ซื้อ (Customer Details): ชื่อบริษัทลูกค้า, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (สำหรับ B2B), สาขา, ชื่อและตำแหน่งของผู้มีอำนาจสั่งซื้อ
  4. รายการสินค้าและบริการ (Line Items): ลำดับ, รหัสสินค้า (SKU), คำอธิบายรายการ (Description), จำนวน (Quantity), และราคาต่อหน่วย (Unit Price)
  5. สรุปยอดเงินและภาษี (Financial Summary): ยอดรวมก่อนภาษี (Subtotal), ส่วนลดการค้า (Trade Discount), ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT), และยอดสุทธิรวมทั้งสิ้น
  6. เงื่อนไขทางการค้า (Commercial Terms):
    • กำหนดยืนราคา (Validity): กำหนดชัดเจนว่าราคานี้ใช้ได้ถึงเมื่อไหร่
    • เงื่อนไขการชำระเงิน (Payment Terms): เงินมัดจำ, เครดิตเทอมกี่วัน
    • กำหนดส่งมอบ (Delivery Date / Lead Time): ระยะเวลาจัดส่งสินค้าหรือเริ่มให้บริการ
  7. ช่องลงนาม (Signatures): ลายมือชื่อผู้มีอำนาจฝ่ายขาย และช่องลงนามยินยอม/ประทับตราของลูกค้า
ตัวอย่างใบเสนอราคา B2B — เช็กลิสต์ 7 ส่วนประกอบที่ใบเสนอราคาต้องมี

ลำดับเอกสารการขายที่ถูกต้อง: Quotation vs PO vs Invoice

ความสับสนที่พบบ่อยในทีมขายมือใหม่ คือการคิดว่า “ส่งใบเสนอราคาแล้ว = ปิดการขายสำเร็จ” แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนการจัดซื้อ B2B ดำเนินการเป็นลูกโซ่ดังนี้:

เอกสารใครออกจุดประสงค์สถานะเงิน
Quotation (ใบเสนอราคา)ผู้ขายเสนอราคาและเงื่อนไขให้ลูกค้าพิจารณายังไม่เรียกเก็บเงิน
PO (ใบสั่งซื้อ)ผู้ซื้อยืนยันตกลงสั่งซื้อตามราคาที่ระบุใน Quotationผูกพันการสั่งซื้อตามงบประมาณ
Invoice (ใบแจ้งหนี้)ผู้ขายเรียกเก็บเงินเมื่อส่งมอบงานหรือตามงวดสัญญาถึงกำหนดชำระตามเครดิตเทอม
  • มี Quotation = ลูกค้ากำลังเปรียบเทียบข้อเสนอ (ความเสี่ยงยังสูง)
  • ได้รับ PO = ลูกค้าตกลงซื้อและผูกพันงบประมาณแล้ว
  • ส่ง Invoice = งานเสร็จสิ้นหรือถึงงวดตามสัญญา และรอรับเงินตามเครดิตเทอม
ลำดับเอกสารการขาย ใบเสนอราคา Quotation ไป PO ไป Invoice ไป Receipt

กับดักของการทำใบเสนอราคาใน Excel: บ่อเกิดของดีลหลุดเงียบ (Silent Churn)

กว่า 80% ของธุรกิจ B2B ยังคงสร้างใบเสนอราคาด้วย Excel หรือ Word แล้ว Export เป็นไฟล์ PDF ส่งให้ลูกค้าทางอีเมลหรือ LINE

ดูเผินๆ เหมือนจะสะดวก แต่ในระดับบริหารจัดการ นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่:

  1. ผู้บริหารตาบอดใน Pipeline: ไม่รู้เลยว่าตอนนี้นักขายกำลังเสนอราคาสินค้าอะไรอยู่ รวมมูลค่าเท่าไหร่ และให้ส่วนลดลูกค้าไปกี่เปอร์เซ็นต์ จนกว่าจะถึงวันประชุมสิ้นเดือน — ดูวิธีจัด Sales Pipeline ให้เห็นยอดชัดเจน
  2. เซลส์ลดราคาหลุดนโยบาย: ขาดระบบ Approval Workflow สำหรับใบเสนอราคา ทำให้เซลส์บางคนแอบตัดราคาหรือให้เครดิตเทอมเกินเกณฑ์เพื่อเร่งยอด โดยที่ฝ่ายบริหารไม่รับรู้
  3. ส่ง PDF ไปแล้วเงียบหาย (The Black Box): เมื่อส่ง PDF ไปแล้ว ทีมขายไม่มีทางรู้เลยว่าลูกค้าเปิดอ่านหรือยัง หรือเปิดอ่านแล้วแต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณ ทำให้ปล่อยเวลาล่วงเลยจนลูกค้าไปซื้อกับคู่แข่ง — อ่าน 10 เทคนิคคุยกับลูกค้า B2B หลังส่งใบเสนอราคา

ก้าวข้ามสู่ระบบ Autonomous Revenue: จัดการและกู้ยอดขายจากใบเสนอราคา

ในระบบ Wisible Autonomous Revenue ใบเสนอราคาไม่ได้เป็นแค่ไฟล์เอกสารที่บันทึกไว้ดูย้อนหลัง แต่เป็น “จุดหมุนของสัญญาณรายได้ (Revenue Signal)”:

  • สร้างใบเสนอราคาใน 3 คลิกด้วย Product Master: ดึงสเปกและราคามาตรฐานจากระบบกลาง ลดข้อผิดพลาด พิมพ์ชื่อสินค้าเพียงตัวอักษรแรก ระบบจะดึงรหัสและราคาขึ้นมาทันที
  • ระบบควบคุมส่วนลดและการอนุมัติอัตโนมัติ (Discount Hierarchy): กำหนดระดับการอนุมัติ เช่น ส่วนลดเกิน 5% แจ้งเตือนผู้จัดการฝ่ายขายทางมือถือทันที ช่วยให้การอนุมัติรวดเร็ว ไม่เสียเวลาวิ่งเซ็นเอกสาร
  • ตรวจจับสัญญาณติดตามดีลด้วย AI (Hawk Owl Agent): เมื่อส่งใบเสนอราคาออกไปแล้ว หากไม่มีความเคลื่อนไหวเกินกำหนด หรือดีลค้างอยู่ในสถานะรอ PO นานผิดปกติ ระบบจะตรวจจับและแจ้งเตือนนักขายทันทีว่าต้อง Follow-up ลูกค้ารายใดก่อนที่พอร์ตจะว่าง
Wisible Autonomous Revenue

เลิกปล่อยให้ใบเสนอราคาเงียบหายไปใน Inbox

ทดลองสร้างใบเสนอราคา B2B ที่ได้มาตรฐาน พร้อมระบบแจ้งเตือนติดตามสถานะดีลอัตโนมัติบน Wisible

พร้อมใช้งานทั้งบน Web App และระบบ Sync ใบเสนอราคา

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ใบเสนอราคา ภาษาอังกฤษ คืออะไร และใช้ตัวย่ออะไร
ใบเสนอราคา ภาษาอังกฤษคือ Quotation (นิยมเรียกย่อว่า Quote) ตัวย่อสากลที่พบบ่อยในระบบการค้าคือ QT หรือ QO เป็นเอกสารที่ผู้ขายจัดทำเพื่อเสนอเงื่อนไขทางการค้าให้ลูกค้าพิจารณาก่อนสั่งซื้อ
Quotation กับ Purchase Order (PO) ต่างกันอย่างไร
Quotation ออกโดยผู้ขายเพื่อเสนอราคาและเงื่อนไข (ยังไม่มีผลผูกพันให้ชำระเงิน) ส่วน Purchase Order (PO) หรือใบสั่งซื้อ ออกโดยผู้ซื้อเพื่อยืนยันตกลงสั่งซื้อตามราคาที่ระบุใน Quotation
ใบเสนอราคา B2B ที่สมบูรณ์ต้องมีอะไรบ้าง
ต้องมี 7 ส่วนสำคัญ: 1) ข้อมูลผู้เสนอราคาและเลขภาษี 13 หลัก 2) ข้อมูลลูกค้า 3) เลขที่เอกสารและวันที่ออก 4) รายการสินค้า/บริการและราคาต่อหน่วย 5) ส่วนลดและภาษีมูลค่าเพิ่ม 6) เงื่อนไขชำระเงินและกำหนดยืนราคา 7) ลายมือชื่อผู้มีอำนาจอนุมัติ
ทำไมไม่ควรสร้างและติดตามใบเสนอราคาใน Excel หรือส่งแค่ PDF
เพราะการส่งไฟล์ PDF หรือทำใน Excel ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย ผู้บริหารมองไม่เห็นสถานะใน Pipeline และเสี่ยงต่อการเกิด Silent Churn (ลูกค้าเปิดอ่านแล้วเงียบหายโดยทีมขายไม่รู้ตัวและไม่ได้ติดตามทันท่วงที)
Chat